Ginzii
จัดการร้าน

จัดคิวออเดอร์เข้าครัวช่วงพีคยังไง ไม่ให้ตกหล่น

ออเดอร์หล่นช่วงพีคส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากครัวทำช้า แต่เกิดจากคิวที่ไม่มีใครถือภาพรวม รวมวิธีจัดลำดับออเดอร์เข้าครัว ตั้งแต่ทำไมจานในโต๊ะเดียวกันต้องออกพร้อมกัน ไปจนถึงจุดที่กระดาษกับการตะโกนเอาไม่อยู่แล้ว

ทีม Ginziiอ่าน 6 นาที
แชร์
ครัวร้านอาหารช่วงเวลาเร่งด่วนที่มีออเดอร์เข้าพร้อมกันหลายใบ

ช่วงพีคของร้านอาหารมักจบลงเหมือนกันเกือบทุกร้าน คือมีโต๊ะที่รออาหารนานผิดปกติ มีจานที่ทำซ้ำเพราะไม่มีใครแน่ใจว่าทำไปหรือยัง และมีออเดอร์ที่หายไปเฉย ๆ จนลูกค้าต้องเดินมาถามเอง

เวลาเจอแบบนี้ เจ้าของร้านมักสรุปว่าครัวทำไม่ทัน แล้วแก้ด้วยการเพิ่มคนหรือเร่งคนในครัว ซึ่งบ่อยครั้งไม่ได้แก้อะไรเลย เพราะปัญหาส่วนใหญ่ไม่ได้อยู่ที่ความเร็วในการทำอาหาร แต่อยู่ที่ไม่มีใครถือภาพรวมของคิวว่าตอนนี้มีอะไรค้างอยู่บ้าง อันไหนต้องออกก่อน และอันไหนกำลังจะสาย

ออเดอร์หล่นตรงไหนได้บ้าง

ก่อนแก้ ต้องรู้ก่อนว่ามันหล่นตรงจุดไหน จุดที่เจอบ่อยคือ

  • ตอนส่งเข้าครัว กระดาษปลิว ตกพื้น ติดไปกับใบอื่น หรือตะโกนแล้วครัวไม่ได้ยินเพราะเสียงดัง
  • ตอนแก้ออเดอร์ ลูกค้าเปลี่ยนใจหรือขอเพิ่ม แต่ใบเดิมยังอยู่ในครัว กลายเป็นทำสองรอบหรือทำผิดเวอร์ชัน
  • ตอนโต๊ะเดียวสั่งหลายรอบ รอบหลังเข้าคิวไปต่อท้ายเหมือนโต๊ะใหม่ ทั้งที่ควรผูกกับโต๊ะเดิม
  • ตอนของหมดกลางทาง ครัวรู้ว่าเมนูนี้ทำไม่ได้แล้ว แต่กว่าหน้าร้านจะรู้ก็ผ่านไปสิบนาที
  • ตอนอาหารเสร็จแล้ว ทำเสร็จวางไว้ แต่ไม่มีใครรู้ว่าของโต๊ะไหน สุดท้ายอาหารเย็นคาเคาน์เตอร์

สังเกตว่าเกือบทุกข้อไม่ใช่ปัญหาเรื่องฝีมือทำอาหาร แต่เป็นปัญหาเรื่องข้อมูลไม่ถึงคนที่ต้องรู้ ในเวลาที่ต้องรู้

รับมาก่อนไม่ได้แปลว่าต้องทำก่อน

นี่คือจุดที่หลายร้านเข้าใจผิดที่สุด และเป็นเหตุผลที่ครัวที่ทำเร็วมากยังส่งอาหารช้าได้

ถ้าครัวทำเรียงตามใบที่เข้ามาก่อนหลังอย่างเดียว สิ่งที่จะเกิดคือจานในโต๊ะเดียวกันทยอยออกไม่พร้อมกัน คนหนึ่งได้ก๋วยเตี๋ยวไปแล้ว อีกคนยังรอข้าวผัดอยู่อีกสิบนาที ในมุมของครัวคือทำครบทุกจาน แต่ในมุมของลูกค้าคือร้านนี้เสิร์ฟไม่พร้อมกัน

หลักที่ครัวมืออาชีพใช้คือแยกสองเวลาออกจากกัน

  • เวลาที่รับออเดอร์ คือตอนที่ออเดอร์เข้ามาในระบบ (ฝรั่งเรียก ticket time)
  • เวลาที่เริ่มลงมือทำ คือตอนที่ครัวลงมือจริง (fire time) ซึ่งต้องนับถอยหลังจากเวลาที่อาหารทุกจานในโต๊ะนั้นควรออกพร้อมกัน

แปลว่าเมนูที่ใช้เวลานานต้องเริ่มก่อน ส่วนเมนูที่ทำเร็วต้องรอ ไม่ใช่รีบทำให้เสร็จแล้วไปนั่งรออยู่บนเคาน์เตอร์จนเย็น

ตัวอย่างที่เห็นภาพชัด สมมติโต๊ะหนึ่งสั่งสามจาน

  • ทอดปลาทั้งตัว ใช้เวลาราว 12 นาที
  • แกงเขียวหวาน ใช้เวลาราว 6 นาที
  • ผัดผัก ใช้เวลาราว 3 นาที

ถ้าอยากให้ออกพร้อมกันที่นาทีที่ 12 ปลาต้องเริ่มทันที แกงเริ่มที่นาทีที่ 6 และผัดผักเริ่มที่นาทีที่ 9 ถ้าใครก็ตามเริ่มทำผัดผักตั้งแต่นาทีแรกเพราะ "มันเร็วดี ทำให้เสร็จ ๆ ไปก่อน" ผัดผักจานนั้นจะนอนรออยู่ 9 นาที ซึ่งเท่ากับเสิร์ฟผักเหี่ยว ๆ ให้ลูกค้า

(เวลาทั้งสามเป็นค่าสมมติเพื่อให้เห็นวิธีคิด และสมมติว่าของที่กินเวลาอย่างพริกแกงกับกะทิเตรียมไว้แล้ว เวลาจริงของแต่ละร้านต่างกันมาก ต้องจับเองเท่านั้น)

ร้านที่ทำแบบนี้ไม่ได้ต้องมีระบบอะไรก็จริง แต่ต้องมีคนที่ถือภาพรวมคิวไว้ในหัวตลอดเวลา และนั่นคือสิ่งที่พังเป็นอย่างแรกเมื่อคนเยอะขึ้น

ต้องมีคนเดียวที่คุมคิว

ในครัวที่รอด จะมีคนหนึ่งทำหน้าที่คุมลำดับ ไม่ใช่คนที่จมอยู่กับการทำอาหารจานใดจานหนึ่ง (ในครัวฝรั่งเรียกตำแหน่งนี้ว่า expediter หรือ expo ส่วนร้านไทยขนาดเล็กมักเป็นหัวหน้าครัวหรือเจ้าของเอง) หน้าที่ของคนนี้คือ

  • อ่านออเดอร์ที่เข้ามาแล้วบอกครัวว่าอันไหนเริ่มเมื่อไหร่
  • รู้ว่าตอนนี้มีกี่โต๊ะค้างอยู่ และโต๊ะไหนรอนานที่สุด
  • ตรวจจานก่อนออกว่าครบตามที่สั่งจริง
  • เป็นคนเดียวที่บอกว่าจานนี้ออกได้แล้ว

ประเด็นไม่ได้อยู่ที่ต้องจ้างคนเพิ่ม แต่อยู่ที่ต้องมีเจ้าภาพชัดเจนว่าใครคุมคิว ร้านที่ใหญ่จนคนเดียวเอาไม่อยู่จะแบ่งกันคุมคนละส่วนก็ได้ แต่ต้องชัดว่าใครคุมส่วนไหนและห้ามคุมทับกัน เพราะถ้าทุกคนช่วยกันดูคิว แปลว่าไม่มีใครดูคิว และเวลาออเดอร์หล่นจะไม่มีใครรู้ว่ามันหล่นตอนไหน

เตรียมให้พีคเป็นเรื่องที่ทำก่อนพีค

สิ่งที่ทำได้ผลที่สุดในช่วงพีค คือสิ่งที่ทำเสร็จไปแล้วก่อนพีคจะมาถึง

  • ดูจากยอดขายจริงว่าพีคคือช่วงไหน ร้านส่วนใหญ่รู้สึกว่า "เที่ยงกับเย็น" แต่พอดูตัวเลขจริงมักพบว่ามีแค่ช่วงสั้น ๆ ที่หนักจริง การเตรียมของและจัดคนควรอิงช่วงนั้น ไม่ใช่ความรู้สึก
  • เตรียมส่วนที่กินเวลาไว้ล่วงหน้า น้ำซุป ซอส ของหมัก ของหั่น ทุกอย่างที่ทำล่วงหน้าได้โดยคุณภาพไม่ตก
  • ลดจำนวนเมนูช่วงพีค ลองเรียงยอดขายของร้านตัวเองดู ถ้าเมนูขายดีไม่กี่ตัวคิดเป็นยอดขายส่วนใหญ่อยู่แล้ว เมนูที่สั่งนาน ๆ ครั้งแต่ใช้เวลาทำนานคือตัวที่ทำให้คิวทั้งเส้นสะดุด พิจารณาปิดเฉพาะช่วงพีค
  • บอกเวลารอตั้งแต่รับออเดอร์ ลูกค้าที่รู้ว่ารอ 20 นาทีตั้งแต่แรกจะหงุดหงิดน้อยกว่าคนที่คิดว่ารอ 5 นาทีแล้วจริง ๆ รอ 15

วัดด้วยเวลา ไม่ใช่ความรู้สึก

ถ้าไม่จับเวลา จะไม่มีทางรู้ว่าที่แก้ไปได้ผลไหม สิ่งที่ควรรู้มีไม่กี่อย่าง

  • ตั้งแต่รับออเดอร์จนอาหารออก ใช้เวลาเท่าไหร่ (ทั้งค่าเฉลี่ยและตัวที่แย่ที่สุด)
  • ช่วงพีคตัวเลขนี้ต่างจากช่วงปกติแค่ไหน
  • เมนูไหนที่ทำให้คิวสะดุดบ่อยที่สุด

ค่าเฉลี่ยอย่างเดียวหลอกได้ สมมติโต๊ะส่วนใหญ่ได้อาหารใน 8 นาที แต่มีสองโต๊ะที่รอ 40 นาที ค่าเฉลี่ยจะยังดูสวย ทั้งที่สองโต๊ะนั้นคือคนที่จะไม่กลับมาอีกและเป็นคนที่ไปเขียนรีวิว

สิ่งที่ควรจ้องจึงไม่ใช่ค่ากลาง แต่เป็นกลุ่มโต๊ะที่รอนานที่สุด เช่นดูห้าโต๊ะที่ช้าที่สุดของวัน ไม่ใช่ดูแค่โต๊ะที่แย่ที่สุดโต๊ะเดียว เพราะโต๊ะเดียวอาจเป็นเหตุสุดวิสัย (แก๊สหมด ของหมดพอดี) แต่ถ้าท้ายแถวช้าทุกวัน แปลว่าคิวมีปัญหาจริง

ส่วนจะตั้งเป้าที่กี่นาทีนั้นไม่มีตัวเลขมาตรฐานที่ใช้ได้กับทุกร้าน ร้านก๋วยเตี๋ยวกับร้านอาหารตามสั่งที่ทอดทั้งตัวคนละเรื่องกันโดยสิ้นเชิง วิธีที่ตรงกว่าคือวัดของตัวเองไว้ก่อน แล้วเทียบกับตัวเองในสัปดาห์ถัดไป

กระดาษกับการตะโกนไปได้ถึงไหน

ร้านเล็กที่มีไม่กี่โต๊ะ ครัวมองเห็นหน้าร้าน ใช้กระดาษกับเสียงก็เอาอยู่จริง และไม่ต้องไปเปลี่ยนอะไรถ้ามันยังทำงานได้ ปัญหาจะเริ่มเมื่อ

  • ครัวมองไม่เห็นหน้าร้าน หรือมีมากกว่าหนึ่งจุดที่รับออเดอร์
  • มีออเดอร์จากหลายทางพร้อมกัน (หน้าร้าน สั่งกลับบ้าน เดลิเวอรี) แล้วทุกทางเข้าคิวเดียวกัน
  • ออเดอร์แก้กลางคันบ่อย จนไม่แน่ใจว่าใบไหนคือเวอร์ชันล่าสุด
  • ต้องตอบให้ได้ว่าโต๊ะ 5 สั่งมากี่นาทีแล้ว โดยไม่ต้องเดา

จุดที่คุ้มจะเปลี่ยน คือตอนที่ความผิดพลาดในช่วงพีคเริ่มมีราคาแพงกว่าค่าระบบ ทั้งอาหารที่ต้องทำใหม่ ลูกค้าที่ไม่กลับมา และเวลาของหัวหน้าครัวที่หมดไปกับการไล่ตามว่าอะไรค้างอยู่บ้าง

สรุป

ออเดอร์ตกหล่นช่วงพีคแทบไม่เคยเป็นปัญหาเรื่องความเร็วของครัว แต่เป็นปัญหาเรื่องคิวที่ไม่มีใครถือภาพรวม สามอย่างที่ทำแล้วเห็นผลก่อนคือ ให้มีคนเดียวที่คุมลำดับ แยกเวลาที่รับออเดอร์ออกจากเวลาที่เริ่มลงมือทำเพื่อให้จานในโต๊ะเดียวกันออกพร้อมกัน และเตรียมงานหนักให้เสร็จก่อนพีคจะมา ที่เหลือคือจับเวลาไว้ดูว่าที่แก้ไปมันดีขึ้นจริงหรือแค่รู้สึกไปเอง

Ginzii มีจอครัว (KDS) ที่ส่งออเดอร์จากหน้าร้านเข้าครัวโดยตรง เห็นว่าแต่ละโต๊ะสั่งอะไรและรอมากี่นาทีแล้ว โดยจานที่รอนานเกินกำหนดจะเปลี่ยนสีเตือนเอง เพิ่มหรือยกเลิกรายการแล้วจอครัวอัปเดตทันที ไม่ต้องพึ่งกระดาษหรือการตะโกน ฟีเจอร์นี้ใช้ได้ตั้งแต่แพ็กเกจฟรี ดูรายละเอียดแพ็กเกจได้ที่นี่

รู้ต้นทุนต่อจานก่อน ค่อยตัดสินเรื่องอื่น

กรอกวัตถุดิบกับราคาที่ซื้อจริง รู้ต้นทุนต่อจานและช่วงราคาขายที่ควรตั้งทันที คำนวณในเครื่องคุณล้วน ๆ ไม่ต้องสมัคร และข้อมูลที่กรอกไม่ถูกส่งออกไปไหน

คำนวณต้นทุนต่อจานฟรี

หรือให้ระบบคิดให้ทุกจานอัตโนมัติ — เริ่มใช้ Ginzii ฟรี ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต

บทความนี้มีประโยชน์ ส่งต่อให้เพื่อนที่ทำร้านได้เลย

คำถามที่พบบ่อย

ออเดอร์ตกหล่นช่วงพีคเกิดจากอะไร
ส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากครัวทำอาหารช้า แต่เกิดจากการที่ไม่มีใครถือภาพรวมของคิวว่าตอนนี้มีอะไรค้างอยู่บ้าง จุดที่ออเดอร์หล่นบ่อยคือตอนส่งเข้าครัวที่กระดาษปลิวตกพื้นหรือตะโกนแล้วครัวไม่ได้ยิน ตอนแก้ออเดอร์แล้วใบเดิมยังอยู่ในครัว ตอนโต๊ะเดียวสั่งหลายรอบ ตอนของหมดกลางทางแล้วหน้าร้านยังไม่รู้ และตอนอาหารเสร็จแล้วแต่ไม่มีใครรู้ว่าเป็นของโต๊ะไหน
ทำยังไงให้อาหารในโต๊ะเดียวกันออกพร้อมกัน
หลักที่ครัวมืออาชีพใช้คือแยกเวลาที่รับออเดอร์ (ticket time) ออกจากเวลาที่เริ่มลงมือทำ (fire time) โดยนับถอยหลังจากเวลาที่อาหารทุกจานในโต๊ะนั้นควรออกพร้อมกัน เมนูที่ใช้เวลานานจึงต้องเริ่มก่อน ส่วนเมนูที่ทำเร็วต้องรอ เช่นถ้าโต๊ะหนึ่งสั่งของที่ใช้เวลา 12, 6 และ 3 นาที และอยากให้ออกพร้อมกันที่นาทีที่ 12 จานแรกต้องเริ่มทันที จานที่สองเริ่มที่นาทีที่ 6 และจานที่สามเริ่มที่นาทีที่ 9 (เวลาทั้งสามเป็นค่าสมมติเพื่อให้เห็นวิธีคิด เวลาจริงของแต่ละร้านต่างกันมาก ต้องจับเองเท่านั้น)
ครัวต้องมีคนคุมคิวไหม
ต้องมีเจ้าภาพชัดเจนว่าใครคุมคิว และควรเป็นคนที่ไม่ได้จมอยู่กับการทำอาหารจานใดจานหนึ่ง ในครัวฝรั่งเรียกตำแหน่งนี้ว่า expediter หรือ expo ส่วนร้านไทยขนาดเล็กมักเป็นหัวหน้าครัวหรือเจ้าของเอง หน้าที่คืออ่านออเดอร์แล้วบอกครัวว่าอันไหนเริ่มเมื่อไหร่ รู้ว่ามีกี่โต๊ะค้างและโต๊ะไหนรอนานที่สุด ตรวจจานก่อนออก และเป็นคนเดียวที่บอกว่าจานนี้ออกได้แล้ว ร้านใหญ่แบ่งกันคุมคนละส่วนได้ แต่ห้ามคุมทับกัน เพราะถ้าทุกคนช่วยกันดูคิว แปลว่าไม่มีใครดูคิว
อาหารควรออกภายในกี่นาที มีตัวเลขมาตรฐานไหม
ไม่มีตัวเลขมาตรฐานที่ใช้ได้กับทุกร้าน ร้านก๋วยเตี๋ยวกับร้านอาหารตามสั่งที่ทอดทั้งตัวคนละเรื่องกันโดยสิ้นเชิง วิธีที่ตรงกว่าคือวัดเวลาของร้านตัวเองไว้ก่อนแล้วเทียบกับตัวเองในสัปดาห์ถัดไป และสิ่งที่ควรจ้องไม่ใช่ค่าเฉลี่ย แต่เป็นกลุ่มโต๊ะที่รอนานที่สุด เช่นดูห้าโต๊ะที่ช้าที่สุดของวัน เพราะค่าเฉลี่ยจะยังดูสวยแม้มีบางโต๊ะที่รอนานผิดปกติ